6. ตลาดห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ – ตอนที่ 95

3.2.1 การประเมินโอกาสทางธุรกิจ (Opportunity) ปัจจุบันทั่วโลกมีการรักษา

ด้วยการแพทย์สมัยใหม่ (Modern medicine)) ได้แก่ การแพทย์แม่นยำ (Precision medicine) และการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized medicine) มากขึ้น และมีแนวโน้ม (Trend) เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง (Especially) ในแถบอเมริกาเหนือ (North America), ยุโรปตะวันตก (Western Europe), และเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific)

ผลลัพธ์ก็คือ ทำให้มูลค่าตลาด (Market value) โดยเฉลี่ยของการแพทย์สมัยใหม่จากทั่วโลก (World-wide) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์ (Forecast) มูลค่าตลาดโลกของการแพทย์สมัยใหม่ ปี ค.ศ. 2019 จะมีมูลค่ากว่า 30,037 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,002,485 ล้านบาท)

และคาดว่า (Expect) มูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 47,696 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,591,853 ล้านบาท) ในปี ค.ศ. 2024 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 9.7% ต่อปี โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific) มีอัตราการเติบโต (Growth rate) ของมูลค่าตลาดสูงที่สุด เฉลี่ย 14% ในปี ค.ศ. 2017 - 2025

มีตัวช่วยขับเคลื่อน (Driven factors) ให้ตลาดการแพทย์แม่นยำ (Precision medicine) เติบโต และการแพทย์ส่วนบุคคล (Personalized medicine) อย่างต่อเนื่องในอนาคต ได้แก่ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง, ความชุก (Prevalence) ของ โรคเรื้อรัง (Chronic) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคมะเร็ง (Cancer)

การให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive) มากกว่าการรักษาโรค, ความต้องการลดผลข้างเคียง (Side effects) จากการใช้ยา และลดปัญหาเชื้อดื้อยา (Antimicrobial resistance) และความต้องการลดต้นทุน (Cost reduction) และค่าใช้จ่าย (Expenditure) ในการรักษาพยาบาล

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment: BOI) มีแนวคิดสนับสนุนให้มีการลงทุนการตรวจทดลองในไทย และต้องการให้มีการออกกฎหมาย (Legislation), ห้ามนำเลือดผู้ป่วยออกไปตรวจต่างประเทศ เพื่อกระตุ้น (Stimulate) ให้เกิดการลงทุนในประเทศ  ผู้ให้บริการขนาดกลาง (Medium-sized) จะมีบทบาท (Role) ในการให้บริการมากขึ้น

การแข่งขันในตลาดโลก (Global competition) ที่มีมากขึ้นน่าจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ราคาเครื่องมือ (Devices) หรืออุปกรณ์ (Equipment) รวมถึงการบริการในภาพรวม จึงอาจจะถูกลง สถานบริการทั้งทางด้านการเจ็บป่วย (Sickness) และสุขภาวะ (Wellness) จะมีต้นทุน ที่ลดลงในอนาคตและจำนวนผู้รับบริการน่าจะเพิ่มขึ้นมาก

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Foreign tourists) ที่มีวัตถุประสงค์หลักเข้ามาใช้บริการด้านการแพทย์มีทั้งสิ้น 6.3 แสนราย รวมค่าใช้จ่าย 1.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากปีก่อน มีค่าใช้จ่ายทั้งหมดเฉลี่ย 254,202 บาท/คน/ทริป สูงกว่าค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั่วไป (General tourists) มากกว่า 5 เท่า

โดยเป็นค่าใช้บริการทางการแพทย์ (Medical services) ประมาณ 183,858 บาท (คิดเป็นสัดส่วน (Proportion) 72.3% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด) กระทรวงสาธารณสุขรายงานผลสำรวจ (Survey) นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการด้านการแพทย์และบริการเชิงสุขภาพ (Health-based) โดยกลุ่มตัวอย่าง (Samples) ที่พบมาก 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 4.6%, เมียนมา 4.2%, ลาว 2.3%, เกาหลีใต้ 1.1%, และญี่ปุ่น 0.8% บริการที่ ใช้มากที่สุด ได้แก่ ตรวจสุขภาพ (50.2%), รักษากระดูก, ข้อต่อเส้นเอ็น (Tendon), และกล้ามเนื้อ [Muscle] (8.6%), รักษาโรคมะเร็ง (8.4%), ป้องกันดูแลเส้นเลือดหัวใจ (Cardiovascular) (4.1%) และทันตกรรม (Dentistry) (4.1%) เป็นต้น

แหล่งข้อมูล –

  1. chrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2021/TU_2021_6302010043_14889_17803.pdf [2026, October 22].
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Marketing_plan [2026, October 22].