4. ตลาดเครื่องมือแพทย์ - ตอนที่ 95
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 21 ตุลาคม 2569
- Tweet

หากผู้เสนอราคา เสนอราคาสินค้าที่เป็นผลงานนวัตกรรม และเป็นสินค้าที่สภาอุตสาหกรรม (Federation of Thai Industries) แห่งประเทศไทย ได้ให้การรับรอง (Certified) สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MIT) นั้น หน่วยงานภาครัฐ (Government agencies) ที่ทำการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) สามารถให้สิทธิประโยชน์ (Privilege) แก่ผู้เสนอราคาเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุด ได้ไม่เกินร้อยละ 10
กล่าวคือ เป็นแต้มต่อ (Handicap) ผลงานนวัตกรรม ร้อยละ 5 + MIT ร้อยละ 5 หากผู้เสนอราคา เสนอราคาสินค้าที่เป็นผลงานนวัตกรรม (Innovation) เป็นสินค้า MIT และผู้ประกอบการได้รับการขึ้นทะเบียน (Register) THAI SME-GP นั้น หน่วยงานภาครัฐที่ทำการจัดซื้อจัดจ้างสามารถให้สิทธิประโยชน์ แก่ผู้เสนอราคาเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุด ได้ไม่เกินร้อยละ 20 (กล่าวคือ แต้มต่อ ผลงานนวัตกรรม ร้อยละ 5 + MIT ร้อยละ 5 + SME-GP ร้อยละ 10)
3.1 ภาครัฐอุดหนุน (Subsidize) แพลตฟอร์ม (Platform = เวทีพื้นฐาน) ดิจิทัลด้านสุขภาพ (Digital health) ในช่วงเริ่มต้น
3.4.1 สถานการณ์แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านสุขภาพ มูลค่าตลาดโลก (Global market) ของดิจิทัลด้านสุขภาพทั่วโลกคาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อย (Average growth) ละ 19.2 ต่อปี หรือ 601.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 19,941.19 พันล้านบาท) ในอีก 2 ปีข้างหน้า และมีการคาดการณ์ (Forecast) ว่า มูลค่าตลาดดิจิทัลด้านสุขภาพ ของประเทศไทยจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 14.7 ต่อปี
โดยในปี พ.ศ. 2569 มูลค่าตลาดของดิจิทัลด้านสุขภาพของ ไทยอยู่ที่ 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 53.08 พันล้านบาท) โดยปัจจัยหลัก (Primary factors) ที่ผลักดัน (Drive) การใช้งานดิจิทัลสุขภาพคือ การปรับเปลี่ยนการให้บริการเป็นรูปแบบออนไลน์ เพื่อสอดรับ (Align) กับสถานการณ์โควิด-19 และนโยบายของภาครัฐ ที่ต้องการการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพระดับนานาชาติ (Medical Hub)
กระทรวงสาธารณสุข (Public Health Ministry) ได้จัดทำยุทธศาสตร์ (Strategy) สุขภาพดิจิทัล (ปี พ.ศ. 2564 - 2568) โดยมีวิสัยทัศน์ (Vision) ให้คนไทยทุกคน มีผลลัพธ์ (Outcome) ด้านสุขภาพที่ดีขึ้น ด้วยการดูแลที่เน้นบุคคลเป็นศูนย์กลาง (Percent-centric) โดยใช้บริการสุขภาพดิจิทัลที่ไร้รอยต่อ (Seamless), ปลอดภัย (Safety) และมั่นคง (Security)
และมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนสามารถควบคุม (Control) ข้อมูลสุขภาพ (Health data) ของตนเองได้ เข้าถึง (Accessible) บริการข้อมูลดิจิทัลด้านสุขภาพ ช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ด้านสุขภาพและความเท่าเทียมกัน (Equality), อำนวย ความสะดวก (Facilitate) ให้กับผู้ให้และผู้รับบริการด้านสุขภาพ และเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) ของระบบสาธารณสุขไทย
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการนำแพลตฟอร์ดิจิทัลด้านสุขภาพเข้ามาอำนวยความสะดวกในการดำเนิน งานเพื่อลดความแออัด (Congestion) ในโรงพยาบาล, ลดภาระงาน (Burden) ของบุคลากรทางการแพทย์, เพิ่มคุณภาพและความแม่นยำ (Precision) ในการวินิจฉัย (Diagnosis) และรักษา (Treatment) ผู้ป่วย
แหล่งข้อมูล -