1. ตลาดโรงพยาบาล – ตอนที่ 85

แนวโน้มตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของประเทศไทย

มูลค่าตลาด (Market value) การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical tourism) ของประเทศไทยในปี ค.ศ. 2023 อยู่ที่ประมาณ 2.57 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 83.55 พันล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (Compound annual growth rate: CAGR) ที่ 10.49% ในช่วงปี ค.ศ. 2024 ถึง ค.ศ. 2030

โดยคาดว่าตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของประเทศไทยจะขยายตัว (Expand) ตามความก้าวหน้า (Advancement) ของเทคโนโลยีทางการแพทย์, ความสามารถในการเข้าถึง (Access0 บริการที่มีต้นทุนเหมาะสม (Appropriate) มากขึ้น และความต้องการ (Demand) รับการรักษาเฉพาะทาง (Specialty) ในต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับหัตถการ (Procedure) ที่ไม่ครอบคลุมโดยประกันสุขภาพ (Health insurance) เช่น การผ่าตัดแปลงเพศ [(Gender affirmation surgery: GAS) or Gender reassignment surgery: GRS)], การรักษาภาวะมีบุตรยาก (Fertility treatment), การบูรณะฟัน (Dental reconstruction) และศัลยกรรมความงาม (Cosmetic surgery) ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อน (Drive) อุตสาหกรรมนี้อีกด้วย

ในประเทศกำลังพัฒนา (Developing) เช่น ประเทศไทย ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์คุณภาพสูง (High quality) ได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่า (Lower cost) ประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ตัวอย่างเช่น การทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ (Coronary angioplasty) มีค่าใช้จ่ายประมาณ 55,000–57,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,787,940 – 1,852,956 บาท) ต่อรายในสหรัฐอเมริกา

ขณะที่ในประเทศไทยมีค่าใช้จ่าย (Expenditure) ประมาณ 4,500–10,600 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 146,286 – 344,585 บาท) ผู้คนจากประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรป เดินทางมายังสิงคโปร์และประเทศไทยเพื่อรับการรักษา โดยสามารถประหยัด (Savings) ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ได้ประมาณ 55% ถึง 70%

ประเทศไทยมีเครือข่าย (Network) ระบบคมนาคมที่ (Communication systems) เชื่อมต่ออย่างครอบคลุม (Comprehensive connection) ทำให้ผู้ป่วยต่างชาติ (Foreign patients) สามารถเดินทางมายังประเทศไทยได้อย่างสะดวก (Convenient travel) นอกจากนี้ สายการบิน (Airlines) จำนวนมากยังมีเที่ยวบินตรง (Direct flights) มายังเมืองสำคัญของประเทศ

อีกทั้งประชาชนชาวไทยยังเป็นที่รู้จักในด้านอัธยาศัยไมตรี (Hospitality) และการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศ (Excellent) ซึ่งรวมถึงภาคการดูแลสุขภาพ (Healthcare sector) ด้วย ประเทศไทยได้พัฒนาระบบสาธารณสุข (Public heath) ที่เข้มแข็ง มีบุคลากรทางการแพทย์ (Medical staff) ที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างดี สถานพยาบาลที่ทันสมัย (Modern facilities) และเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพสูง

นอกจากนี้ ประเทศกำลังพัฒนายังเป็นที่รู้จัก (Well-known) ว่ามีศัลยแพทย์ชื่อดังที่ดึงดูด (Attract) ผู้ป่วยนับล้านคนในแต่ละปีเพื่อเข้ารับหัตถการทางการแพทย์หลากหลายประเภท (Multi-categories) ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในประเทศไทยต่ำกว่าสหรัฐอเมริกา} สหราชอาณาจักร} และประเทศอื่นๆ ในยุโรปประมาณ 30–40% ชาวต่างชาติจำนวนมากเดินทางมารับการผ่าตัดในประเทศไทย

ตัวอย่างเช่น ศัลยกรรมความงามบนใบหน้า (Facial cosmetics), รากฟันเทียม (Dental implants), การเสริมหน้าอก (Breast implants), การดึงหน้า

(Facelift), และการดูดไขมัน (Liposuction) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านสาธารณสุขและการให้บริการทางการแพทย์คุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ (Affordable) คาดว่า (Anticipate) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดัน (Propel) การเติบโตของตลาด

แหล่งข้อมูล

  1. https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/hospital-services-market [2026, May 30]
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Healthcare_in_Thailand [2026, May 30].