logo

คำถามจาก วิกิยา

Home / FAQ ยา/ ทาโครลิมัส (Tacrolimus)

คำถามเกี่ยวกับยา

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล

เรื่อง : ทาโครลิมัส (Tacrolimus)

ใช้สำหรับป้องกันปฏิกิริยาปฏิเสธอวัยวะที่ปลูกถ่าย เช่น ตับหรือไต โดยใช้ร่วมกับยากดภูมิคุ้มกันชนิดอื่นๆ อีก 2 ชนิดคือ Azathioprine หรือ Mycophenolate mofetil และ Corticosteroid และยังมีข้อบ่งใช้สำหรับการรักษาโรคไตอักเสบลูปัส (Lupus nephritis) กรณีได้รับการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์แล้วผลการตอบสนองของโรคไม่เพียงพอและ/หรือมีอาการ ผลข้างเคียงจากยาสเตียรอยด์

  • อาการปวดหัว
  • อาการตัวสั่น
  • ท้องเสียหรือท้องผูก
  • ความดันโลหิตสูง
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • ตรวจเลือดจะพบการทำงานของไตผิดปกติ ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง ภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ
  • อาการทางผิวหนัง เช่น มีผื่นคันตามร่างกาย
  • ผลต่อไต เช่น ค่าปริมาณของเสียในเลือด (Blood Urea Nitrogen/BUN และ /Creatinine) ของร่างกายสูงขึ้น
  • อาการอื่นๆ เช่น อาจมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ไข้ต่ำ หนาวสั่น บวมตามแขนขา นอนไม่หลับ
  • ยานี้มีผลกดไขกระดูกและกดภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเชื้อฉวยโอกาส รวมถึงการกระตุ้นเชื้อไวรัสที่แฝงอยู่ เช่น โรคไวรัสตับอักเสบบี หรือ โรคไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคไวรัสตับอักเสบ สำหรับบีเคไวรัส (BK virus/ไวรัสชนิดก่ออาการในผู้ป่วยมีภูมิคุ้นกันต่ำ) ดังนั้นในช่วงที่ได้รับยาทาโครลิมัสจำเป็นต้องระวังการติดเชื้อต่างๆ
  • ยาทาโครลิมัสสามารถทำให้เกิดความเป็นพิษต่อไตได้โดยเฉพาะถ้าใช้ยานี้ในขนาดสูง แพทย์จะติดตามดูแลผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตผิดปกติใกล้ชิด เนื่องจากอาจจำเป็นต้องลดขนาดยาทาโครลิมัสลง หรืออาจต้องพิจารณาเปลี่ยนยากดภูมิคุ้นกันตัวอื่นแทนในกรณีแม้ปรับขนาดยานี้ลงแล้วแต่ค่าการทำงานของไตยังไม่ลดลง
  • การใช้ยาทาโครลิมัสในช่วงกำลังตั้งครรภ์: เนื่องจากยานี้สามารถผ่านรกได้และการใช้ยาทาโครลิมัสระหว่างตั้งครรภ์มีความสัมพันธ์กับสภาวะคลอดก่อนกำหนดและไตทำงานบกพร่องในทารกแรกเกิด ดังนั้นการใช้ยาทาโครลิมัสระหว่างตั้งครรภ์ แพทย์จะพิจารณาถึงประโยชน์ที่มีต่อแม่เทียบกับความเสี่ยงของทารกในครรภ์
  • ยาทาโครลิมัสสามารถเกิดปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นได้หลายชนิด ดังนั้นการติดตามระดับยาในเลือดจึงมีความจำเป็น
  1. เมื่อมีการใช้ยาทาโครลิมัสร่วมกับยาดังต่อไปนี้จะส่งผลเพิ่มระดับยาทาโครลิมัสในเลือดได้ เช่น 
  • กลุ่มยาลดความดัน เช่นยา Diltiazem, Nicardipine, Nifedipine, Verapamil                                
  • กลุ่มยาต้านเชื้อรา เช่นยา Clotrimazole, Fluconazole, Itraconazole, Ketoconaozle, Voriconazole                                               
  • ยาต้านเอชไอวี กลุ่มโปรติเอส อินฮิบิเตอร์ (Protease inhibitor) เช่นยา Lopi navir, Ritonavir  
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มแมคโคไลด์ (Macrolide) เช่นยา Clarithromycin, Erythromycin
  • ยากระตุ้นการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้ เช่นยา Cisapide, Metoclopramide
  • ยาชนิดอื่นๆ: เช่นยา Danazol, Omeprazole , Lansoprazole   
  1. เมื่อมีการใช้ยาทาโครลิมัสร่วมกับยาดังต่อไปนี้จะส่งผลลดระดับยาทาโครลิมัสในเลือดได้ เช่น
  • ยากันชัก เช่นยา Phenobarbital, Carbamazepine, Phenytoin
  • ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • ยาวัณโรค เช่นยา Rifampicin, Rifambutin
  • ยาชนิดอื่นๆ: เช่นยา แคสโปฟังจิน (Caspofungin: ยาต้านเชื้อรา), ยาซัยโรลิมัส (Sirolimus) และสมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ธ ( John's wort: สมุนไพรคลายเครียด)
  1. ผู้ป่วยที่กำลังรับยาทาโครลิมัสอยู่ไม่ควรให้วัคซีนที่ยังมีชีวิต (Live vaccine เช่น วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม วัคซีนอีสุกอีใส วัคซีนโปลิโอชนิดกิน วัคซีนไวรัสโรต้า  และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก เป็นต้น) แก่ผู้ป่วยที่กำลังใช้ยานี้อยู่ เนื่องจากผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต่ำการฉีดวัคซีนอาจได้ผลกระตุ้นภูมิคุ้มกันน้อยลงและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อจากวัคซีนชนิดเชื้อเป็นเหล่านี้ได้