คำถามเกี่ยวกับยา
โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
เรื่อง : เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine)
ยาเฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) เป็นยาที่มีฤทธิ์ต่อต้านสารฮีสตามีน (Antihistamine) ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการแพ้ในร่างกาย เช่น ผื่นคัน ลมพิษ มีน้ำมูกมาก/น้ำมูกคั่ง ไข้ละอองฟาง จาม คัดจมูก คันตาและ/หรือคันในบริเวณคอจากภูมิแพ้ เป็นต้น ข้อเด่นของยานี้คือ ซึมผ่านเข้าหลอดเลือดในสมองได้น้อยจึงไม่ก่อให้เกิดอาการง่วงนอนมากนัก
ยาเฟกโซเฟนาดีนไม่สามารถรักษาอาการภูมิแพ้ให้หายขาดได้ เพียงแต่เป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้ต่างๆ และทำให้ผู้ป่วยมีอาการทุเลาและรู้สึกดีขึ้น ดังนั้นกรณีที่หมดฤทธิ์ของยา แต่ต้นเหตุของอาการแพ้ยังคงอยู่ ผู้ป่วยก็จะกลับมามีอาการแพ้ได้เช่นเดิม
ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ง่วงนอน วิงเวียน คลื่นไส้ อ่อนเพลีย กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ
- ห้ามใช้ยากับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี
- ห้ามปรับขนาดรับประทานยาด้วยตนเอง
- ระวังการใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร
- แพทย์จะปรับขนาดการรับประทานสำหรับการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคไต
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยานี้พร้อมอาหารรวมถึงเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้ต่างๆ และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
- ระหว่างการใช้ยานี้หากมีอาการวิงเวียน ง่วงนอน ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยวดยานพาหนะหรือการทำงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรกลต่างๆ
- การใช้ยาเฟกโซเฟนาดีนร่วมกับยา Erythromycin และ Ketoconazole อาจทำให้ระดับของยาเฟกโซเฟนาดีนในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น จนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงติดตามมา
- การใช้ยาเฟกโซเฟนาดีนร่วมกับยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียม (เช่น Aluminium hydroxide) และแมกนีเซียม (เช่น Maxnesium hydroxide) เป็นส่วนประกอบ จะทำให้ระดับยาในกระแสเลือดของเฟกโซเฟนาดีนลดลงไปและส่งผลต่อประสิทธิภาพของการรักษา หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน ควรรับประทานเฟกโซเฟนาดีนก่อนยาลดกรดเป็นเวลา 2 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ
- การใช้ยาเฟกโซเฟนาดีนร่วมกับยา Rifampin อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาเฟกโซเฟนาดีนด้อยลงไป
- การใช้ยาเฟกโซเฟนาดีนร่วมกับยา Quinapril (ยาลดความดันโลหิต) จะเกิดการรวมตัวของยาทั้ง 2 กลุ่มในช่องทางเดินอาหาร จึงสามารถลดการดูดซึมและรบกวนการออกฤทธิ์ของยาเฟกโซเฟนาดีน เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดปัญหาดังกล่าวควรเว้นระยะเวลาของการรับประทานให้ห่างกัน 2 - 3 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ