logo

คำถามจาก วิกิยา

Home / FAQ ยา/ เมโธเทรกเซท (Methotrexate)

คำถามเกี่ยวกับยา

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล

เรื่อง : เมโธเทรกเซท (Methotrexate)

  • รักษาโรคภูมิต้านตนเอง/โรคออโตอิมมูน เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • ใช้เป็นยาเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็ง เช่น โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) โรคมะเร็งกระดูก (Osteosarcoma)

ก. ผลข้างเคียงที่สำคัญและรุนแรง เช่น

  • กดไขกระดูกโดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวต่ำ
  • ทำให้เกิดโรคตับแข็ง (Cirrhosis)
  • โรคตับอักเสบ (Hepatitis)
  • โรคปอดอักเสบในผนังถุงลม (Interstitial pneumonitis)
  • ไตวาย

ข. ส่วนผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เช่น

  • ผมร่วง
  • แผลที่เนื้อเยื่อเมือกต่างๆ (เช่น เยื่อเมือกบุช่องปาก ริมฝีปาก และลำไส้) ซึ่งอาการข้างเคียงเหล่านี้ สามารถบรรเทาด้วยการรับประทาน ยาโฟเลต (Folate)/ ยากรดโฟลิก ร่วมด้วย
  • ควรใช้ยาเมโธเทรกเซทตามวิธีใช้ที่ระบุบนฉลากยาอย่างเคร่งครัด ห้ามเพิ่มหรือลดขนาดยาเอง
  • หากมีอาการผิดปกติใดๆ ขณะใช้ยานี้ ให้หยุดยาและรีบปรึกษาแพทย์/ไปโรงพยาบาล เช่น มีผื่น คลื่นไส้อาเจียน มาก
  • ไม่ควรซื้อยาอื่นรับประทานเองขณะใช้ยาเทโธเทรกเซท เนื่องจากยาบางชนิดมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาเมโธเทรกเซท ซึ่งอาจทำให้เพิ่มความเป็นพิษของยาเมโธเทรกเซทได้ หรือทำให้ระดับยาเมโธเทรกเซทต่ำกว่าระดับที่ใช้ในการรักษา
  • ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่มี โรคตับ โรคปอด โรคไต โรคเกี่ยวกับการทำงานของไขกระดูกผิดปกติ
  • ในระหว่างรับประทานยานี้ควรดื่มน้ำมากๆ ประมาณวันละ 8 - 12 แก้ว เพื่อลดและป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับไต
  • ยาเมโธเทรกเซทถูกจัดตามดัชนีความปลอดภัยการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ ให้อยู่ในกลุ่มเอ็กซ์ (Pregnancy Category X) คือ มีพิษก่อความผิดปกติต่อตัวอ่อนในครรภ์ ดังนั้นไม่ควรใช้ยาเมโธเทรกเซทในระหว่างตั้งครรภ์
  • ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลลิน (Penicillins): เนื่องจากยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลลินอาจลดการขจัดออกของยาเมโธเทรกเซททางไต จึงทำให้มีระดับยาเมโธเทรกเซทในร่างกายสูงขึ้นจนอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงจากยาเมโธเทรกเซทสูงจนเป็นอันตรายได้
  • ยาปฏิชีวนะโค-ไตรม็อกซาโซล (Co-trimoxazole): เนื่องจากยาโค-ไตรม็อกซาโซลอาจเสริมฤทธิ์การกดไขกระดูกของยาเมโธเทรกเซท
  • ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์/เอ็นเสด (NSAID, Non-steroidal anti-inflam matory drug) เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) เนื่องจากมีรายงานว่ายาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ลดการกำจัดยาเมโธเทรกเซททางไต จึงทำให้อาจเกิดอาการข้างเคียงจากยาเมโธเทรกเซทในการรักษาโรคข้อรูมาตอยด์ ซึ่งอาจมีการใช้ยาเมโธเทรกเซทร่วมกับยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ ดังนั้นแพทย์จึงจำเป็นต้องใช้ยาเมโธเทรกเซทในขนาดต่ำลง เพื่อป้องกันการเกิดอาการข้างเคียงจากยาเมโธเทรกเซท