คำถามเกี่ยวกับยา
โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
เรื่อง : ไอฟอสฟาไมด์ (Ifosfamide)
ใช้รักษาโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น
- มะเร็งอัณฑะที่กลับมาเป็นซ้ำ (Recurrent testicular cancer)
- เนื้องอกเจิมเซลล์ (Germ cell tumor)
- มะเร็งกระดูก ชนิด Osteogenic sarcoma และชนิด Ewing's sarcoma
- มะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวโต (Non-small cell lung cancer) และ มะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวเล็ก (Small cell lung cancer)
- มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder cancer)
- มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทั้งชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin’s Lymphoma) และชนิดฮอดจ์กิน (Hodgkin’s lymphoma)
- มะเร็งปากมดลูก (Cervix cancer)
- ผลต่อระบบทางเดินอาหาร: เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการท้องเสียหรือท้องผูก กระเพาะอาหารอักเสบ ตับอ่อนอักเสบ
- ผลต่อระบบประสาท: เช่น เห็นภาพหลอน ง่วงนอน วิงเวียน ชัก เดินเซ
- ผลต่อผิวหนัง: เช่น มีภาวะผมร่วง สีผิวคล้ำขึ้น
- ผลต่อระบบเลือด: เช่น กดไขกระดูก ระดับเกล็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำ
- ผลต่อตับ: เช่น เอนไซม์การทำงานของตับในเลือดเพิ่มขึ้น
- ผลต่อหัวใจ: เช่น หัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ความดันโลหิตสูงหรือไม่ก็ต่ำ
- ผลต่อระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย: เช่น เบื่ออาหาร
- ผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะ: เช่น ปัสสาวะมีเลือดปน/ปัสสาวะเป็นเลือด ด้วยตัวยาไอฟอสฟาไมด์มีพิษต่อเนื้อเยื่อบุผนังด้านในของอวัยวะระบบทางเดินปัสสาวะ
- ผลต่อไต: เช่น เกิดพิษต่อไต ทำให้การดูดกลับโปแตสเซียมจากปัสสาวะเข้ากระแสโลหิตบกพร่อง นอกจากนี้อาจพบภาวะปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะกะปริบกะปรอย/ปัสสาวะครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยขึ้น
- ห้ามใช้ยานี้กับ สตรีมีครรภ์ สตรีในภาวะให้นมบุตร
- ระหว่างรับการรักษาด้วยยานี้ ควรดื่มน้ำวันละ 2–3 ลิตร เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำของร่างกาย
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มีผู้คนแออัด เพราะจะเสี่ยงต่อการติดโรคต่างๆ และควรล้างมือบ่อยครั้งในแต่ละวัน
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บซึ่งจะเสี่ยงต่อการเกิดแผลเลือดออก/เสียเลือดมากเพราะสภาพร่างกายขณะได้รับยาชนิดนี้จะมีเกล็ดเลือดต่ำ
- ต้องป้องกันการตั้งครรภ์สำหรับผู้ป่วยที่เป็นสตรี ขณะที่ได้รับยาชนิดนี้
- สำหรับบุรุษ การมีเพศสัมพันธ์กับสตรีควรใส่ถุงยางอนามัยชายทุกครั้งเพื่อป้องกันการส่งผ่านตัวยาไอฟอสฟาไมด์ไปกับน้ำอสุจิ
- หากมีอาการข้างเคียงอย่างเช่น คลื่นไส้อาเจียน ให้รับประทานอาหารในปริมาณน้อยๆ ต่อมื้อแต่เพิ่มการรับประทานให้บ่อยครั้งขึ้น
- ห้ามใช้ยาไอฟอสฟาไมด์ร่วมกับยา Adalimumab, Certolizumab เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างรุนแรงตามมา
- ห้ามใช้ยาไอฟอสฟาไมด์ร่วมกับวัคซีนชนิดต่างๆ เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากวัคซีนนั้นๆ เสียเอง และประสิทธิผลของการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากวัคซีนมักไม่ได้ผล
- การใช้ยาไอฟอสฟาไมด์ร่วมกับ ยา Warfarin จะทำให้ประสิทธิผลของยา Warfarin ต่ำลงจนเป็นผลให้เกิดการเกาะตัวของเกล็ดเลือดเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือด ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น เจ็บหน้าอก/แน่นหน้าอก หายใจขัด ตาพร่า และมีอาการบวมทั้งตัว
- ห้ามใช้ยาไอฟอสฟาไมด์ร่วมกับ ยา Tenofovir เพราะจะก่อให้เกิดพิษกับไตอย่างรุนแรง