กระดานสุขภาพ
| ช่วยตอบด่วนนะค่ะทรมารมากเลยค่ะ | |
|---|---|
|
20 มิถุนายน 2557 19:45:31 #1 ตรงอวัยวะเพศเป็นตุ่มใสๆ โดนเสียดสีค่ะแฟนใส่ถุงยางแล้วตรงอวัยวะเพศฟอง หลายตุ่มเหมือนโดนน้ำร้อนแบบนีั้นเลยค่ะ ทำยังงัยจะหั้ยหายหรือยุบค่ะตอนนี้แสบและทรมารมากเลยค่ะเวลาปัสวะปวดแสบปวดร้อนมากเลยค่ะ ดิฉันต้องทำงานด้วยค่ะมันเสียดสีตลอดเลย
|
|
| อายุ: 38 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 67 กก. ส่วนสูง: 170ซม. ดัชนีมวลกาย : 23.18 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9) | |
นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล(สูติ-นรีแพทย์) |
22 มิถุนายน 2557 08:03:41 #2 จากอาการนั้น หากมีรอยโรคมีลักษณะตุ่มใสๆ บริเวณอวัยวะเพศ สิ่งที่อาจต้องตรวจให้ทราบคือ อาจเป็นอาการของการติดเชื้อเริมก็เป็นได้นะครับ ซึ่งเริมเป็นการติดเชื้อไวรัสอย่างหนึ่ง อาการของเริมนั้น มักจะมีอาการเร่ิมแรกในประมาณ 1 สัปดาห์หลังได้รับเชื้อ ซึ่งอาการที่สำคัญคือ รอยโรคบริเวณอวัยวะเพศด้านนอก มีลักษณะ ตุ่มน้ำใส มักจะอยู่เป็นกลุ่ม 2-3 ตุ่มติดกัน มีอาการเจ็บปวด คัน แสบ ร้อนเมื่อสัมผัส อาการจะเต็มที่ใน 1 สัปดาห์ต่อมา และเมื่อตุ่มน้ำนั้นแตกออก ก็จะเหมือนแผลถลอก ผุผอง ติดจากการสัมผัสกับคนหรือของใช้ของคนที่เป็นโรคเริมนี้ ในช่วงที่ติดต่อมักจะเป็นช่วงที่มีตุ่มน้ำใส ครับ ซึ่งการรักษาเราไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสเริมได้เด็ดขาด แต่เชื้อจะมีระยะพักตัว ซึ่งมักพักตัวอยู่ในเส้นประสาท และก่อให้เกิดตุ่มใสขึ้นอีกได้เสมอๆ ซึ่งขึ้นกับปัจจัยต่างๆ เช่น ไม่สบาย มีภูมิคุ้มกันต่ำลง ความเครียด พักผ่อนน้อย ช่วงที่มีประจำเดือน เป็นต้น โดยที่คู่นอนไม่มีอาการแล้วก็ได้ครับ การวินิฉัยโรคเริมนี้ ใช้ประวัติและตรวจร่างกายพบรอยโรคก็พอครับ ไม่ต้องเจาะเลือดตรวจ ความถี่ในการเป็นซ้ำขึ้นกับปัจจัยที่ทำให้เป็นอย่างที่หมอกล่าวไปขั้นต้น และหากคู่นอนไม่เป็นอย่างแน่นอน เราก็ไม่มีทางเป็นอย่างแน่นอนเช่นกันครับ นอกจากติดจากคู่นอนคนอื่นๆครับ ดังนั้น หมอแนะนำให้มาตรวจกับสูตินรีแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยที่ชัดเจนครับ เพราะ การรักษาไม่เหมือนกันครับ |
Pinp*****n |
23 มิถุนายน 2557 08:28:33 #3 รีี |
Pinp*****n |
23 มิถุนายน 2557 08:36:06 #4 ค่ะ ตอนนี้ตุ่มมันแตกแล้ว อาการแสบก้อค่อยหายไปด้วยค่ะ ปกติจะแดงไปหมดแต่ตอนนี้ไม่แดงแล้วค่ะ จะแดงก้อตรงตุ่มไม่มากค่ะ แห้งแล้วด้วย แบบนี้ต้องไปหาหมอตรวจอีกปล่าวค่ะ เพราะไปปรึกษาเภสัทแล้วหั้ยชื้อยามากิน AMK 1000mg ค่ะแล้วก้อดีขึ้นค่ะ |
นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล(สูติ-นรีแพทย์) |
25 มิถุนายน 2557 04:17:45 #5 อาจลองสังเกตอาการไปก่อนก็ได้ครับ เพราะ ตอนนี้ อาจวินิจฉัยยากครับ หากมีรอบโรคเป็นซ้ำอีก ก็ควรมาพบสูตินรีแพทย์นะครับ |
Pinp*****n