กระดานสุขภาพ
| ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ | |
|---|---|
|
26 ธันวาคม 2557 11:57:34 #1 เคยติดเชื้อเริมครั้งแรก ที่บริเวณใต้อวัยวะเพศ เกือบๆก้นค่ะ เป็นเมื่อเดือนพฤศจิกาค่ะ พอแผลเริมหาย ก้คลำพบก้อน ขนาด 1 ซ ม ที่ขาหนีบข้างขวา กลิ้งได้ เมื่อกด รู้สึกหน่วงๆ ที่ช่วงราวๆหว่างขา ค่ะ ไม่ได้ทานยาแก้ต่อมน้ำเหลือง แต่ทานแค่ยาต้านไวรัสเริม หลังจากนั้นอีก 1 เดือน ช่วงมีประจำเดินก็เป็นเริมอีกค่ะใต้ขาหนีบข้างขวา จากนั้นต่อมน้ำเหลืองที่ยังไม่ยุบ ก็มีการอักเสบ อีกค่ะรู้สึกกดแล้วปวดๆ ขนาดก้อนเท่าเดิม แต่ว่า รู้สึกว่าผิวหนังรอบๆจะบวมค่ะ ณ ตอนนี้ เวลากดรู้สึกหน่วงๆนิดหน่อย ขนาดก็เท่าเดิม แต่ก้อนมันยังไม่ยุบเลยค่ะ เคยไปพบหมอที่เคยรักษาเริมให้ หมอบอกว่า ต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนค่ะ
1 อยากทราบว่ามันจะยุบไหมค่ะ 2 โดยส่วนตัวไม่เคยเป็นมาก่อน มีอาการกังวลค่ะ ถ้าอนาคต มันไม่ยุบ จะทำการผ่าออก หรือไม่ผ่าออก จะมีผลอะไรไหมคะ |
|
| อายุ: 23 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 47 กก. ส่วนสูง: 164ซม. ดัชนีมวลกาย : 17.47 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9) | |
รศ.พญ. สายฝน ชวาลไพบูลย์(สูติ-นรีแพทย์) |
29 ธันวาคม 2557 15:33:39 #2 การติดเชื้อเริมหรือการติดเชื้ออื่นในร่างกายจะทำให้ต่อมน้ำเหลืองมีการทำงานมากขึ้น เพราะจะต้องสร้างเม็ดเลือดขาวมากขึ้นเพื่อมากำจัดเชื้อโรคทำให้เกิดอาการบวมของต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบได้ ถ้ามีอาการต่อมน้ำเหลืองโตควรไปพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะมาทานจะได้ลดการอักเสบลงไป ถ้าไม่มีอาการติดเชื้อต่อมน้ำเหลืองควรจะมีขนาดลดลงและไม่มีอาการกดเจ็บอีกค่ะ แต่ถ้าต่อมยังโตตลอดก็ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยว่ามีสาเหตุอื่นที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตอีกหรือไม่ค่ะ |
Anonymous