กระดานสุขภาพ

หลังบริเวณปากช่องคลอดทำให้ท้องไหม
Anonymous

7 มิถุนายน 2558 18:01:58 #1

 มีเพศสัมพันแบบไม่ได้สอดใส่และเกิดการหลั่งบริเวณปากช่องคลอดซึ่งมีน้ำหล่อลื่นของผู้หญิงอยู่จะสามารถทำให้น้ำอสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้หรือไม่ครับ สามารทำให้ท้องได้ไหมคับ

 

อายุ: 21 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 60 กก. ส่วนสูง: 175ซม. ดัชนีมวลกาย : 19.59 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
A_to*****a

12 มิถุนายน 2558 03:32:55 #2

คุณหมอมาตอบหน่อยครับผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ ขอถามอีกนิดครับถ้าอาบน้ำด้วยกันแล้วมีแต่น้ำหล่อลื่นโดนร่างกายและพออาบน่ำจะมีโอกาสท้องไหมครับเพราะกินยาคุมฉุกเฉินไปแล้วต้องมีเลือดออกประมา7-10วันแต่ตอนนี้ยังไม่มาเลยครับช่วยทีครับ
Anonymous

16 มิถุนายน 2558 04:42:38 #3

ตอบหน่อยคับคุณหมอ รอนานจุงง

Haamor Admin

(Admin)

16 มิถุนายน 2558 13:15:43 #4

ถึง คุณ ab8fc

การตอบคำถามของทีมคุณหมอขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เนื่องจากอาจารย์แพทย์หลายๆท่านมีงานประจำในการดูแลผู้ป่วยเฉพาะหน้าก่อน คุณหมอบางท่านอาจติดภารกิจในบางครั้งไม่สามารถตอบในทันทีได้ และบางคำถามอาจต้องรอหลายวันหน่อย ดังนั้นหากรอได้ทุกคำถามมีคำตอบให้แน่นอนนะคะ

นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล

(สูติ-นรีแพทย์)

18 มิถุนายน 2558 13:22:42 #5

หมอต้องขออภัยด้วยครับ ที่ตอบล่าช้า ซึ่งหมอขอตอบทั้งสองคำถามพร้อมกันไปเลยนะครับ

หากการมีเพศสัมพันธ์นั้น ไม่มีการสอดใส่อวัยวะเพศ มีเพียงการถูกันเพียงภายนอกเท่านั้น ในกรณีนี้ถือว่า ไม่มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้เลยครับ เช่นเดียวกับอสุจิที่อยู่บริเวณภายนอกช่องคลอด ก็ไม่ทำให้ตั้งครรภ์เช่นเดียวกันครับ สบายใจได้ ส่วนในเรื่องที่อาบน้ำร่วมกันก็ไม่ทำให้ตั้งครรภ์ได้เช่นเดียวกันครับ ซึ่งปกติแล้ว ไม่จำเป็นต้องทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินเลยครับ แต่หากทานไปแล้วก็ไม่เป็นอะไรครับ แต่อาจมีผลข้างเคียงจากยาได้ เช่น ทำให้ประจำเดือนรอบต่อมานั้น อาจเลื่อนออกไป หรือ กะปริดกะปรอยได้ และ อาจส่งผลให้มีเลือดออกมาจากช่องคลอดได้หลังทาน 3-7 วันครับ แต่เลือดที่อาจออกมานี้อาจมีหรือไม่มีก็ได้นะครับ ดังนั้น หากประจำเดือนรอบต่อไปมาไม่เป็นรอบ ก็ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินนะครับ

ดังนั้น หากในครั้งต่อไป ที่มีเพศสัมพันธ์และอาจมีการสอดใส่อวัยวะเพศ ก็ควรจะคุมกำเนิดด้วยนะครับ ซึ่ง การคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ คือ การป้องกันก่อนการมีเพศสัมพันธ์นะครับ เช่น ถุงยางอนามัย และ ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบแผงรายเดือน เป็นต้นครับ และ เรื่องถุงยางอนามัยที่มีปัญหานั้น โดยปกติแล้วกระบวนการผลิตถุงยางอนามัยนั้น ค่อนข้างรัดกุมมากนะครับ การที่จะขาด รั่ว หรือ ปริแตกนั้นเกิดได้น้อยมากแต่หากเกิดมักเกิดจากการใช้ที่ผิดวิธีครับ ซึ่งการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้องนั้น มีหลักการง่ายๆ ดังนี้ คือ ดูวันเดือนปีที่หมดอายุ เลือกขนาดให้เหมาะสม ไม่หลวมหรือแน่นเกินไป การฉีกออกจากซองควรดันให้ถุงยางไปอีกด้านหนึ่งเสียก่อน และ ไม่ใช้กรรไกรหรือของมีคมตัด ใส่ถุงยางในขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่ โดยบีบปลายถุงเพื่อไล่ลมออกก่อน ซึ่งการไล่ลมจะช่วยไม่ให้ถุงยางแตกและหลุดง่ายขณะทำการสอดใส่อวัยวะเพศ ไม่จำเป็นต้องใช้สารหล่อลื่น และ ไม่ควรใช้วาสลีนมาหล่อลื่น เพราะจะทำให้ถุงยางแตกได้ง่ายขึ้น และการใช้ถุงยางอนามัยซ้อนกันมากกว่า 1 ชั้นชึ้นไปนั้น นอกจากจะไม่ช่วยให้ป้องกันมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ถุงยางมีโอกาสที่จะขาดและปริแตกง่ายขึ้นด้วยจากการเสียดสีกันเองของถุงยางอนามัยครับ เมื่อต้องการจะถอดถุงยางออก ควรรูดถุงยางจากส่วนโคนลงมาในช่วงที่อวัยวะเพศแข็งตัวอยู่ โดยอาจใช้ทิชชูพันรอบ และ ทำความสะอาดตามปกติครับ หากปฎิบัติตามนี้ ก็สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ โดยจะหลั่งในหรือนอกก็ได้นะครับ ส่วนในฝ่ายหญิงหากต้องการคุมกำเนิดด้วย หมอแนะนำให้ทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบแผงรายเดือนนะครับ ซึ่งในเรื่องของยาเม็ดคุมกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นแบบ 21 เม็ด หรือ 28 เม็ด ก็มีวิธีการใช้เหมือนกันครับ คือ เร่ิมทานเม็ดแรกของแผงภายใน 5 วัน นับจากประจำเดือนมาวันแรก ทานช่วงเวลาไหนก็ได้ ขอให้เป็นเวลาเดิม และ เป็นเวลาที่คาดว่าจะไม่ลืมทาน ซึ่งหากเริ่มทานได้ดังนี้ ก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ช่วงใดก็ได้ จะหลั่งด้านในหรือนอกก็ได้ครับ หากทานแบบ 28 เม็ด ก็ให้ทานต่อแผงไปเรื่อยๆ ซึ่งประจำเดือนจะมาช่วง 7 เม็ดสุดท้ายของแต่ละแผง ส่วนหากทานแบบ 21 เม็ด ก็ให้เว้น 7 วัน และเริ่มแผงใหม่ได้เลย โดยระหว่างที่เว้นนี้ จะเป็นช่วงที่ประจำเดือนมาครับ หากมีการลืมทาน หากลืมเพียง 1 เม็ดก็ไห้ทานเมื่อนึกขึ้นได้ และหากลืมทาน 2 เม็ด ก็ไห้ทานวันที่นึกขึ้นได้พร้อมกับเม็ดที่ต้องทานในว้นนั้นๆไปรวมเป็นสองวันติดกัน แต่หากลืมทาน 2 เม็ด ในช่วงที่เลยกลางรอบเดือนไปแล้ว หรือ มากกว่า 3 เม็ดขึ้นไป ก็ให้คุมกำเนิดวิธีอื่นๆด้วย เช่น ใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยครับ