กระดานสุขภาพ

ประจำเดือนมาช้า 1 อาทิตย์
Pae*****e

6 กันยายน 2556 17:12:08 #1

แฟนมีประจำเดือนวันแรกวันที่ 30  ก.ค. และช่วงที่ต้นเดือนส.ค.ผมมีอะไรกับแฟนคับ  แล้วจนกระทั้งวันนี้ 7 ก.ย ประจำเดือนยังไม่มาเรยคับ อยากถามคุณหมอดังนี้คับ

- เป็นไปได้มั้ย ว่าประจำเดือนอาจมาช้า หรือเพราะอาการอื่น 

- แฟนผมมีอาการเวียนหัว เจ็บนม หัวนมมากๆ รู้สึกว่ามันขยายใหญ่และตึงมากคับ

- แฟนบอกว่ามีตกขาวเยอะมาก มีกลิ่นนิดหน่อย เป็นผลมาจากอะไรคับ

- ผมมีอะไรกับแฟน ไม่ได้ใส่ถุงยางคับ แตกนอกทุกครั้ง โอกาสจะท้องสูงมั้ยคับ 

- หากประจำเดือนมาช้าจิง ซื้อยาสตรี***มากิน จะช่วยให้ประจำเดือนมามั้ย

  แล้วจะรุ้ได้ยังงัยว่า เลือดที่มาคือประจำเดือน ไม่ได้เกิดจากการแท้ง

- จากอาการข้างต้น สามารถสรุปได้เลยมั้ยคับว่าแฟนผมท้อง เพราะเธอกังวลมาก และผมก็เปนห่วง

เรียนคุณหมอช่วยตอบด้วยน่ะคับ ขอบคุนคับ  

อายุ: 21 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 50 กก. ส่วนสูง: 160ซม. ดัชนีมวลกาย : 19.53 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล

(สูติ-นรีแพทย์)

7 กันยายน 2556 17:27:30 #2

จากประวัติและคำถามทั้งหมด หมอขอสรุปดังนี้ครับ

  1. หากการมีเพศสัมพันธ์นั้น มีการสอดใส่อวัยวะเพศ แม้จะไม่ได้หลั่งด้านใน ก็มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์นะครับ แม้จะน้อย เนื่องจากในระหว่างสอดใส่ ก็มีการหลั่งอสุจิในปริมาณที่น้อยๆ ออกมาพร้อมสารคัดหลั่งแล้วครับ
  2. หากมีประวัติการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ปัองกัน ประกอบกับ ประจำเดือนขาดหรือเลื่อนออกไปจากวันที่ควรจะมา ก็ควรจะตรวจปัสสาวะเพื่อดูการตั้งครรภ์นะครับ โดยหากตรวจช่วงนี้ ผลที่ออกมาก็ถือว่า เชื่อถือได้แล้วครับ
  3. อาการต่างๆนั้น คล้ายกับอาการก่อนมีประจำเดือนนะครับ และ แม้หากตั้งครรภ์จริง อาการต่างๆ ของการตั้งครรภ์ ก็ยังไม่มีในช่วงนี้ครับ
  4. ส่วนอาการตกขาวนั้น หากมีลักษณะสีขาวๆ ปริมาณมากขึ้น ไม่มีกล่ิน ไม่คัน ไม่มีอาการผิดปกติใด มักจะเป็นผลจากระดับฮอร์โมนที่มากขึ้น ในช่วงก่อนมีประจำเดือนครับ ซึงเป็นตกขาวที่ปกติ แต่หากมีอาการคัน แสบ กลิ่นเหม็น สีเขียวหรือเหลืองผิดปกติ ถือว่าเป็นอาการของการติดเชื้อในช่องคลอด ควรมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจหากว่าเป็นการติดเชื้ออะไรและก็รับรักษาให้ถูกต้องครับ
  5. 5. ยาที่กล่าวมานั้น ในตัวยาประเภทนี้ เป็นยาที่มีประโยชน์ครับ แต่การควบคุมปริมาณของสารทีี่ออกฤทธ์ิคล้ายฮอร์โมนที่ต้องการมารักษาอาการผิดปกตินั้น ทำได้ยากมาก ไม่สามารถทำให้คงที่ แน่นอนในแต่ละครั้งที่ทาน และยังมีความแตกต่างในด้านส่วนประกอบในแต่ละชนิดยาอีกด้วย ดังนั้น การที่จะนำมาเพื่อการรักษาอาการเลือดประจำเดือนผิดปกติ หรือ มาใช้เพื่อควบคุมปรับรอบประจำเดือนนั้น ยังอาจนำมาใช้ค่อนข้างยากลำบากครับ อาจทำให้เลือดประจำเดือนมาผิดปกติได้ อาจมาปริมาณมาก หรือ มีผลต่อการตกไข่ ทำให้ไม่มีการตกไข่ ซึ่งมีผลทำให้ไม่มีประจำเดือน หรือ ประจำเดือนเลื่อนออกไปได้ครับ โดยในความเห็นของหมอ ไม่ควรทานยาประเภทนี้นะครับ เพราะอาจทำให้สับสนได้ว่าความผิดปกตินั้น เกิดจากอะไร

ดังนั้น โดยสรุป ควรจะตรวจปัสสาวะเพื่อดูการตั้งครรภ์นะครับ และหากเป็นผลลบ และประจำเดือนยังไม่มาอีกใน 1 - 2 สัปดาห์ หรือ มีเลือดออกมาปริมาณมาก หรือ กะปริดกะปรอย ก็ควรมาพบสูตินรีิแพทย์นะครับ