กระดานสุขภาพ
| ถามต่อจากกระทูเก่า | |
|---|---|
|
8 สิงหาคม 2557 02:14:24 #1 ขออนุญาติถามเพิ่มเติมจากกระทู้เก่านะคะ ดิฉันมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดประมานเดือน พ.ค. และมีปจด.มาล่าสุดในวันที่ 27ม.ย.-3ก.ค. หลังจากนั้นมาก้ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับใคร และปกติปจด.จะมาทุกๆ ปลายเดือน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มา (ปกติ ปจด.ดิฉันจะเหรดไม่เกิน 5 วัน) ก่อนหน้านี้ได้กินยาสตรีเพ็ญภาคแต่ก็ยังไม่มา จึงมาปรึกษาคุณหมอ แล้วคุณหมอ แนะนำให้หยุดแล้วสังเกตอาการ ตอนนี้หยุดยามา เกือบอาทิตแล้วค่ะ แต่ ปจด.ยังไม่มา จำเป็นต้องซื้อที่ตรวจครรภ์มั้ยค้ะ แล้วพอจะมียาตัวไหนที่จะช่วยแก้อาการนี้ได้บ้าง รบกวนคุณหมอช่วยแนะนำด้วยนะคะ |
|
| อายุ: 20 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 55 กก. ส่วนสูง: 165ซม. ดัชนีมวลกาย : 20.20 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9) | |
นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล(สูติ-นรีแพทย์) |
10 สิงหาคม 2557 14:10:43 #2 ในเรื่องแรก ประจำเดือนที่ผิดปกตินั้น สาเหตุส่วนใหญ่ในช่วงอายุนี้ นอกเหนือจากการตั้งครรภ์ ก็มักเกิดจากมีสาเหตุบางประการที่ทำให้มีทำให้ไข่ไม่ตก หรือ ตกไม่สม่ำเสมอ เช่น ภาวะเครียด วิตกกังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่เป็นเวลา นอนดึกติดต่อกัน น้ำหนักเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว หรือ กำลังลดน้ำหนัก ออกกำลังกายแบบหักโหมมากเกินไป ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ หรือ พร่องฮอร์โมน ทานยาหรือสารบางอย่างที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน เช่น ยาสตรีต่างๆ ยาขับเลือด เป็นต้นครับ ซึ่งหากตรวจการตั้งครรภ์ในช่วงที่ประจำเดือนไม่มาหรือขาดหายไปประมาณ 1 สัปดาห์ ถือว่าผลที่ได้จะน่าเชื่อถือครับ หากผลเป็นเพียงขีดเดียว ก็ถือว่า ไม่ตั้งครรภ์ครับ แต่จากประวัติที่มีเพศสัมพันธ์แล้วหลังจากนั้นมีประจำเดือนแล้ว และหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์อีก หมอคิดว่า ไม่ตั้งครรภ์และไม่จำเป็นต้องตรวจการตั้งครรภ์นะครับ ส่วนการทานยาในกลุ่มที่กล่าวมานั้น ซึ่งตามความเห็นของหมอแล้ว ยาที่กล่าวมานั้นมีตัวยาเป็นยาที่มีประโยชน์ครับ แต่อาจมีส่วนผสมของสารที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนผู้หญิง (Phytoestogen) ซึ่งการควบคุมปริมาณของสารที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนที่ต้องการมารักษาอาการผิดปกตินั้น ทำได้ยากมาก ไม่สามารถทำให้คงที่ แน่นอนในแต่ละครั้งที่ทาน และยังมีความแตกต่างในด้านส่วนประกอบในแต่ละชนิดยาอีกด้วย ดังนั้น การที่จะนำมาเพื่อการรักษาอาการเลือดประจำเดือนผิดปกติ หรือ มาใช้เพื่อควบคุมปรับรอบประจำเดือนนั้น ยังอาจนำมาใช้ค่อนข้างยากลำบากครับ เนื่องจากมีผลต่อการตกไข่ ทำให้ไม่มีการตกไข่ ซึ่งมีผลต่อทำให้ไม่มีประจำเดือน หรือ ประจำเดือนเลื่อนออกไปได้ครับ และ อาจยังทำให้เลือดประจำเดือนมาผิดปกติได้ อาจมาปริมาณมาก กะปริดกะปรอยได้อีกด้วย ดังนั้น ในความเห็นของหมอ หมอคิดว่า ไม่ควรทานยาประเภทนี้เพื่อการรักษาเรื่องประจำเดือนผิดปกตินะครับ เพราะ นอกจากจะไม่รักษาที่สาเหตุแล้ว ยังอาจทำให้สับสนได้ว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นใหม่นั้น เกิดจากอะไร ดังนั้น ในความคิดเห็นของหมอ หมอแนะนำให้หยุดยาที่กล่าวมาก่อนนะครับ และ ลองสังเกตอาการผิดปกติดู หากประจำเดือนมาไม่เป็นรอบ ไม่สม่ำเสมอ กะปริดกะปรอยอยู่ ควรมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างถูกวิธีนะครับ |
Nnnn*****9 |
11 สิงหาคม 2557 16:12:13 #3 ขอบคุณมากค่ะ :) |
Nnnn*****9