กระดานสุขภาพ
| ประจำเดือนสีน้ำตาล | |
|---|---|
|
22 เมษายน 2558 08:45:17 #1 คือแฟนผมประจำเดือนมาวันแรกวันที่ 2 เมษายน 2558 ผมมีเพศสัมพันธ์กับแฟนวันที่ 10กับ11 เมษา 3 ครั้ง ทุกครั้งก็สวมถุงยาง และมีเพศสัมพันธ์กันอีกทีวันที่ 16และ18 เมษา 3 ครั้ง โดยทุกครั้งสวมถุงยางเช่นกัน แต่ของวันที่ 16กับ18 แฟนเหมือนมีอาการตกขาวรึเปล่าผมไม่แน่ใจ คือมีน้ำขาวขุ่นรอบๆอวัยวะเพศของแฟน แล้ววันที่ 21 เมษายน 2558 แฟนผมมีเลือดออกมาเล็กน้อยเป็นสีน้ำตาล หลังจากนั้นในวันเดียวกันแฟนผมก็ประจำเดือนมา โดยมาสีน้ำตาล ในปริมาณที่พอสมควร บางครั้งก็เป็นก้อน บางครั้งก็มีสีคล้ำออกดำ แบบนี้แฟนผมจะท้องรึเปล่า หรือจะเป็นอะไรรึเปล่าครับ
ขอบคุณครับ |
|
| อายุ: 19 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 55 กก. ส่วนสูง: 162ซม. ดัชนีมวลกาย : 20.96 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9) | |
นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล(สูติ-นรีแพทย์) |
25 เมษายน 2558 13:23:47 #2 ในเรื่องความกังวลว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่นั้น หากทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์มีการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี สวมใส่ก่อนสอดใส่อวัยวะเพศทุกครั้ง ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องตั้งครรภ์ครับ ส่วนในเรื่องของตกขาวนั้น เบื้องต้นแล้ว ตกขาวที่อาจมีได้ช่วงนี้ ก็เป็นผลจากฮอร์โมนที่สูงขึ้นหลังจากไข่ ซึ่งจะอยู่ในช่วงกลางรอบเดือนครับ และสามารถพบสารคัดหลั่งนี้มากขึ้นจนถึงช่วงใกล้ๆมีประจำเดือนได้ครับ หรือ อาจสังเกตเห็นได้ช่วงหลังมีเพศสัมพันธ์ได้ซึ่งอาจเป็นสารคัดหลั่งของฝ่ายหญิงได้ แต่จะไม่มีอาการผิดปกติ เช่น คัน กลิ่นเหม็น หรือ เลือดปนครับ ซึ่งไม่ผิดปกตินะครับ ดังนั้น หมอแนะนำให้สังเกตุอาการไปก่อน แต่หากหากตกขาวผิดปกติที่เป็นลักษณะสีขาวเหลือง คล้ายทิชชูเปียกหรือ นมโยเกิตร่วมด้วย และ มีอาการคันเป็นหลักนั้น จะเป็นอาการของการติดเชื้อราในช่องคลอดครับ และในบางท่านอาจมีอาการคันบริเวณปากช่องคลอดร่วมด้วย ซึ่งลักษณะรอยโรคอาจเป็นผื่นสีออกชมพูหรือแดงๆ ขอบเขตชัดเจน มักเป็นสองข้างของปากช่องคลอดและผิวหนังระหว่างขาก็ได้ การรักษาหลักนั้น หากมีอาการภายในช่องคลอด ยาที่ใช้โดยทั่วไปเป็นมาตรฐานจะเป็นยาในช่ือสามัญ clotrimazole ครับ เป็นลักษณะเม็ด ใช้เหน็บช่องคลอด เป็นเวลา 7 วันนะครับ หากมีอาการภายนอกด้วย ก็อาจลองใช้ยาที่มีช่ือสามัญ clotrimazole ชนิดทา ทาก็ได้ครับ ที่สำคัญ ต้องทาบริเวณที่เป็นรอยโรค โดยเฉพาะอย่างย่ิง ที่ขอบ เพราะเชื้อราจะอยู่บริเวณนี้มากๆ และ เป็นบริเวณที่แบ่งตัว ลามต่อไปครับ ทาจนอาการดีชึ้นจนหาย และ ทาต่อประมาณ 1-2 สัปดาห์ด้วยนะครับ ไม่เช่นนั้น จะเป็นซ้ำได้ง่าย และในช่วงที่มีประจำเดือน อาจเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยขึ้นเพื่อลดความอับชื้นนะครับ ส่วนหากมีลักษณะกลิ่นเหม็น หรือ คันมาก ตกขาวเป็นสีเขียวเหลืองจะเป็นอาการแสดงของการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอดนะครับ ดังนั้น หมอแนะนำหากตกขาวยังคงผิดปกติอยู่ ควรมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจภายใน หาสาเหตุและรักษาอย่างถูกวิธีนะครับ ซึ่งหมอขอแนะนำการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้องสักนิดนะครับ ซึ่งมีหลักการง่ายๆ ดังนี้ คือ ดูวันเดือนปีที่หมดอายุ เลือกขนาดให้เหมาะสม ไม่หลวมหรือแน่นเกินไป การฉีกออกจากซองควรดันให้ถุงยางไปอีกด้านหนึ่งเสียก่อน และ ไม่ใช้กรรไกรหรือของมีคมตัด ใส่ถุงยางในขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่ โดยบีบปลายถุงเพื่อไล่ลมออกก่อน ซึ่งการไล่ลมจะช่วยไม่ให้ถุงยางแตกและหลุดง่ายขณะทำการสอดใส่อวัยวะเพศ ไม่จำเป็นต้องใช้สารหล่อลื่น และ ไม่ควรใช้วาสลีนมาหล่อลื่น เพราะจะทำให้ถุงยางแตกได้ง่ายขึ้น และการใช้ถุงยางอนามัยซ้อนกันมากกว่า 1 ชั้นชึ้นไปนั้น นอกจากจะไม่ช่วยให้ป้องกันมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ถุงยางมีโอกาสที่จะขาดและปริแตกง่ายขึ้นด้วยจากการเสียดสีกันเองของถุงยางอนามัยครับ เมื่อต้องการจะถอดถุงยางออก ควรรูดถุงยางจากส่วนโคนลงมาในช่วงที่อวัยวะเพศแข็งตัวอยู่ โดยอาจใช้ทิชชูพันรอบ และ ทำความสะอาดตามปกติครับ หากปฎิบัติตามนี้ ก็สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ โดยจะหลั่งในหรือนอกก็ได้นะครับ |
Nofe*****z |
25 เมษายน 2558 13:34:57 #3
ขอบคุณสำหรับคำตอบมากครับ
ขอถามเพิ่มเติมหน่อยอ่ะครับ คือแฟนประจำเดือนมาวันที่ 21 จนถึงตอนนี้วันที่ 25 ยังไม่หมดนะครับ แต่มาเป็นสีน้ำตาล นี่เกิดจากอะไรเหรอครับ มีอันตรายอะไรรึเปล่าครับ
|
นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล(สูติ-นรีแพทย์) |
4 พฤษภาคม 2558 08:09:40 #4 หากรอบประจำเดือนในช่วงที่มีประจำเดือนนั้นไม่ได้มามากกว่าปกติหรือเกิน 7 วัน ก็ไม่ต้องกังวลครับ ส่วนลักษณะสีน้ำตาลนั้น อาจพบได้ในประจำเดือนวันท้ายๆ ใกล้ๆหมด หรือ อาจเกิดจากเลือดในปริมาณน้อยมาสัมผัสกับสภาวะกรดในช่องคลอด ทำให้เลือดนั้นกลายเป็นสีออกน้ำตามคล้ำๆได้ครับ |
Nofe*****z