กระดานสุขภาพ

มูกใสออกจากช่องคลอดเยอะ
Anonymous

27 เมษายน 2558 07:06:16 #1

ตอนนี้มีมูกใสค่อนข้างเยอะค่ะ จนบางทีมาจนกางเกงชั้นในเปียกเลย จะเป็นอะไรรึป่าว ตอนนี้สงสัยมากๆคะ ยิ่งประจำเดือนก็ยังไม่มาเลย เมื่อเดือน มีนาคม 58 แระจำเดือนมาวันที่ 9/3/58-13/3/58 จนถึงปัจจุบันนี้ 27 เมษา 58 ประจำเดือนก็ยังไม่มา ซื้อที่ตรวจมาตรวจแล้วก็ไม่ได้ *ท้อง* กลัวว่าจะเป็นอะไรรึป่าว รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ #ขอบคุณค่ะ
อายุ: 28 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 65 กก. ส่วนสูง: 160ซม. ดัชนีมวลกาย : 25.39 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
รศ.พญ. สายฝน ชวาลไพบูลย์

(สูติ-นรีแพทย์)

28 เมษายน 2558 16:39:38 #2

การที่รอบเดือนไม่มาและไม่ได้ตั้งครรภ์่าจะมีสาเหตุมาจากรังไข่ทำงานไม่ปกติ ส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มอาการถุงน้ำที่รังไข่หรือ PCOS( polycystic ovariansyndrome) รังไข่จะมีลักษณะคล้ายพวงองุ่นเกาะกันเป็นกลุ่มเพราะไม่มีการตกไข่สะสมกันเป็นเวลานานหลายเดือน ทำให้ไม่มีการสร้างฮอร์โมนโปรเจสโตรเจนมาเปลี่ยนผนังเยื่อบุโพรงมดลุกให้สุกและลอกหลุดออกมาเป็นประจำเดือน มักพบภาวะนี้ในสตรีที่มีน้ำหนักตัวมาก และมักมีภาวะฮอรืโมนแอนโดรเจนสูง ทำให้มีลักษณะสิวมาก หน้ามัน ขนดก มีหนวดเครา การรักษาเพื่อให้รอบเดือนมาจะต้องใช้ฮอร์โมนโปรเจสโตรเจนหรือยาเม็ดคุมกำเนิด ทั้งนี้ ถ้าไม่อยากมีบุตรจะต้องป้องกันการตั้งครรภ์ให้ดีด้วย เพราะอาจจะมีไข่ตกได้เองตลอดเวลาจนเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ค่ะ

Anonymous

2 พฤษภาคม 2558 05:40:13 #3

ยอมรับนะคะว่าน้ำหนักตัวมาก 65 กิโล แต่ไม่มีสิว ไม่มีขน หรือสิ่งที่คุณหมอกล่าวมาเลยแม้แต่นิด และที่สำคัญ อยากมีลูก ค่ะ และนับตั้งแต่โพสสอบถามคุณหมออาการมูกใสก็หายแล้วค่ะ แต่ ปจด ก็ยังไม่มาเหมือนเดิม
รศ.พญ. สายฝน ชวาลไพบูลย์

(สูติ-นรีแพทย์)

3 พฤษภาคม 2558 13:05:29 #4

ในกรณีที่มูกใสหายแล้วและยังไม่มีประจำเดือนมา พร้อมทั้งตรวจไม่พบการตั้งครรภ์ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรับฮอร์โมนมาทานให้ประจำเดือนมาก่อน แพทย์อาจจะตรวจอัลตราซาวด์เพื่อประเมินอวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น มดลูกและรังไข่ว่ามีความผิดปกติใดหรือไม่ เช่น ถุงน้ำที่รังไข่ เป็นต้น กรณีที่เป็นกลุ่มอาการถุงน้ำที่รังไข่ก็อาจจะไม่มีอาการของฮอรืโมนเพศชายที่เด่นดังที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด บางรายก็มีใบหน้าปกติ ไม่มีผิวมัน ไม่มีสิว ขนหรือหนวดเคราไม่มีก็สามารถพบกลุ่มถุงน้ำที่รังไข่ได้เช่นกันค่ะ การตรวจอัลตราซาวด์จะช่วยประเมินภาวะดังกล่าวได้ ถ้าไม่พบส่วนใหญ่แพทย์จะรักษาโดยการให้ทานฮอร์โมนโปรเจสโตรเจนเพื่อให้รอบเดือนมา โดยในช่วงนี้จะต้องคุมกำเนิดให้ดีโดยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพราะฮอร์โมนโปรเจสโตรเจนไม่สามารถคุมกำเนิดได้ หลังจากประจำเดือนมาจึงปล่อยให้มีน้องต่อไปได้ค่ะ