กระดานสุขภาพ
| เป็นเนื้องอกที่มดลูก | |
|---|---|
|
18 มกราคม 2556 13:27:40 #1 เป็นเนื้องอกมดลูกคะทราบตอนท้องได้ 2 เดือนแต่คุณหมอที่ฝากครรภ์บอกว่าไม่ใช่เนื้อร้าย แต่ตอนนี้ คลอดลูกได้ 6 เดือน แล้วคะ มีอาการ อวัยวะเพศ เป็นก้อนข้างซ้าย คะ อยากทราบว่าก้อนที่นูนออกมานี้ใช้เนื้องอกหรือเปล้าคะ เพราะที่อ่านข้อมูลมา เราจะ คลำเจอที่ท้องน้อยคะ แต่ของดิฉันไม่เจอคะ วันนี้ไปหาหมอมาแล้วคะ เจอแต่หมอทั่วไป เขานัดอีกทีวันที่ 21 แต่ตอนนี้ค่อนข้างกลัวคะ รบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วยนะคะขอบคุณมากคะ |
|
| อายุ: 30 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 54 กก. ส่วนสูง: 164ซม. ดัชนีมวลกาย : 20.08 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9) | |
นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล(สูติ-นรีแพทย์) |
19 มกราคม 2556 10:19:04 #2 เนื้องอกมดลูกนั้น โดยปกติมักจะอยู่ในชั้นของกล้ามเนื้อมดลูกครับ อาจมีบางชนิดที่อยู่ในโพรงมดลูกและยื่นออกมาทางช่องคลอด แต่จากประวัติ หมอคิดว่าน่าจะเป็นเนื้องอกที่อยู่ในตัวมดลูกครับ ปกติเนื้องอกแบบนี้ เป็นเนื้อดี คือ ไม่ใช่มะเร็งครับ อาการมักจะมีอาการ เช่น ปวดท้องประจำเดือน มีเลือดประจำเดือนมามาก หรือ คลำได้ก้อน ปัสสวะบ่อยเป็นต้นครับ ซึ่งมีโอกาสเป็นมะเร็งน้อยมากๆ ประมาณ 3 คนใน 1000 คน ซึ่งมักจะเป็นในผู้หญิงที่มีก้อนวัยหลังหมดประจำเดือน ก้อนโตเร็วครับ ดังนั้น หมอคิดว่า อาการก้อนบริเวณอวัยวะเพศข้างใดข้างหนึ่งนั้น ไม่ใช่เนื้องอกมดลูกอย่างแน่นอนครับ จะน่าเป็นถุงน้ำบาร์โทลิน (bartholin's cyst) ครับ ไม่น่ากลัวอะไร หมอแนะนำว่าไม่ต้องกังวลครับ และไปพบสูตินรีแพทย์ตามนัด แต่หากมีอาการเจ็บ ปวด แดงร้อน บริเวณก้อนนั้น ควรรีบไปก่อนนัดครับ |
Anonymous |
19 มกราคม 2556 13:32:46 #3 ขอบคุณมากคะคุณหมอที่ช่วยตอบข้อสงสัยคะ
|
Anonymous |
21 มกราคม 2556 09:51:28 #4 คุณหมอคะ สาเหตุเกิดจากอะไรคะ |
นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล(สูติ-นรีแพทย์) |
22 มกราคม 2556 05:34:30 #5 ถ้าหากเป็นโรคที่หมอกล่าวไป ตัวต่อมบาร์โทลิน นั้น เป็นต่อมที่มีปกติอยู่แล้วบริเวณ 4 และ 8 นาฬิกาของปากช่องคลอดหรือด้านในของแคม ปกติจะมองไม่เห็นหรือคลำได้นะครับ ซึ่งมีหน้าที่สร้างสารคัดหลั่ง ถ้าหากมีการอุดตันของทางเดินของต่อมนี้ จากสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ เช่น จากการมีเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อ หรือ สัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด ทำให้สารคัดหลั่งที่สร้างก็ไม่สามารถระบายออกได้ ทำให้เกิดการอุดตัน เป็นถุงน้ำ ถ้ามีการติดเชื้อ จะมีลักษณะของการอักเสบ คือ ปวด บวม แดง ร้อน อาจมีไข้ได้ การรักษาหลัก หากมีลักษณะเป็นถุงน้ำเท่านั้น ไม่มีการอักเสบ คือ การเปิดระบายที่เรียกว่า marsupialization ครับ แต่หากมีการติดเชื้อเป็นหนองด้วย อาจต้องระบายหนองออกแล้ว ต้องทานยาปฎิชีวนะด้วย การป้องกัน ก็อาจเป็นการรักษาความสะอาด เท่านี้ก็เพียงพอครับ ที่สำคัญ โรคนี้ไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์หรือคู่นอนเรามีการสำส่อนทางเพศนะครับ |
Anonymous |
15 กุมภาพันธ์ 2556 14:53:41 #6 สวัสดีคุณหมอพอดีไปดิฉันได้ไปตรวจมาแล้วคะเป็น บาร์โทลินตามที่ คุณ หมอตอบไว้คะ แล้วดิฉั นก็ทำการ กรีดออก เรียบร้อยคะ แต่ก็ต้องมาเจอปัญหาอีก คะ แพทย์ได้ทำการกรีดออก แล้ว ได้ไม่นานคะ ต๋อมบาร์โทลิน ก็เกิดโตขึ้นมาอีกคะ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ไปพบแพทย์คะ เนื่องจาก แผลยังไม่ค่อยหายคะ อยากรบกวนถามคุณหมอ ถ้าเรากรีดออกแล้ว มัน สามารถ โตขึ้นมาอีกใช่ไหมคะ แล้วจะมีวิธีไหนไหมคะที่มันจะไม่โตขึ้นมาอีก ตอนนี้รู้สึกกังวลใจมากเลยคะ หรือว่า เป็นเพราะโรงพยาบาลที่เราไปรักษา เขาทำให้ไม่ดีคะ รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากคะ |
นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล(สูติ-นรีแพทย์) |
17 กุมภาพันธ์ 2556 08:46:56 #7 อย่างที่หมอกล่าวไป การรักษาหลักคือ การเปิดระบายที่เรียกว่า marsupialization ครับ ซึงปกติอาจเป็นซ้ำได้แต่ก็ไม่มากครับ นอกจากเสียว่า เกิดการติดเชื้อ หรือ รูเปิดระบายเกิดการติดกันก่อนครับ ดังนั้น หากมีอาการคล้ายเดิมซึ่งค่อนข้างเร็ว หรือ บวม แตง ร้อน ปวด หมอแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่ทำการรักษาให้อีกครั้ง ก่อนนัดก็ได้ครับ |
Anonymous