กระดานสุขภาพ

ช่วยวินิจฉัยหน่อยครับ
Anonymous

11 มกราคม 2569 06:04:47 #1

รูปตรงปลายอวัยวะเพศผมไม่รู้เกิดจากอะไร เคยเป็นแล้วหายแล้วกลับมาเป็นอีก ปกติผมใช้ C****e ทา สักประมาณ 2 อาทิตย์ดีขึ้น ส่วนรูปตรงขนอวัยวะเพศผมเป็นมานานแล้ว แรกๆมันนูนแต่ไม่แดงเหมือนผมจะไปโดนมันละแดง ไม่คันไม่แสบแต่เวลาสัมผัสจะเจ็บนิดนึง ส่วนตัวผมมีเพศสัมพันธ์กับแฟนคนเดียวไม่ได้ป้องกัน แต่แฟนไม่ได้เป็นโรคอะไร ส่วนมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นที่ไม่ใช่แฟนประมาณ 5 เดือนที่แล้วครับ ผมอยากทราบว่า เกิดจากอะไร แล้วผมต้องใช้ยาตัวไหนต้องทำยังไงบ้าง แล้วก็มีสิทธิเป็นโรคอะไรไหมครับ เคยตรวจ HIV แต่ไม่เป็น

https://haamor.com/media/create_topic/20260111055818.jpeg

https://haamor.com/media/create_topic/20260111055828.jpeg

https://haamor.com/media/create_topic/202601110558281.jpeg

อายุ: 20 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 80 กก. ส่วนสูง: 190ซม. ดัชนีมวลกาย : 22.16 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคผิวหนัง

15 มกราคม 2569 13:14:38 #2

     จากรูป เห็นเป็นจุดแดงๆที่บริเวณส่วนหัวอวัยวะเพศ มีบางจุดที่เป็นคล้ายแผลตื้นๆ สาเหตุ
1. อาการที่ว่าน่าจะมาจากการที่หนังหุ้มปลายและส่วนหัวอวัยวะเพศแพ้ ระคายเคืองสารที่ใช้ เช่น สบู่ยา ครีม เจลอาบน้ำ ร่วมกับความอับชื้นเนื่องจากหนังหุ้มยังไม่เปิดหรือเปิดไม่สุดหรือรัดเวลาอวัยวะเพศแข็งตัวหรือรูดลงไม่ได้สุด จึงทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง
แนะนำให้ทำความสะอาดด้วยสบู่อ่อนๆ เช่นสบู่เด็ก ล้างเบาๆแล้วซับให้แห้งด้วยผ้านุ่มๆ ทายาที่มีส่วนผสมของยาแก้แพ้ชนิด triamcinolone 0.02% + ยาเชื้อรา clotimazoleทาบางๆ เช้าและก่อนนอนหลังอาบน้ำ น่าจะดีขึ้นใน 5-7 วัน ในกรณีที่เป็นบ่อยอาจต้องระวังความอับชื้นและงดใช้สารที่สงสัยว่าจะแพ้ นอกจากนี้ถ้าเป็นๆหายๆ อาจต้องให้แฟนตรวจภายในว่ามีเชื้อราในช่องคลอดหรือไม่
 
2. ถ้าเคยมีประวัติเป็นเริม ก็อาจจะเป็นเริมซ้ำๆได้ เริมเป็นสาเหตุของแผลที่อวัยวะเพศที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากเชื้อไวรัส Herpes simplex อาการจะเป็นหลังจากที่มีความเสี่ยงประมาณ 5-10 วัน ในกรณีที่เป็นครั้งแรก จะมีอาการรุนแรง เช่น มีตุ่มน้ำหลายๆกลุ่ม ปวดแสบปวดร้อน ตุ่มน้ำแตกเป็นแผล เจ็บและอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย นอกจากนี้อาจมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต ต้องรักษาโดยกินยาอะซัยโครเวียร์ (Aciclovir) ครั้งละ 200 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง (วันละ 5 เม็ด) ประมาณ 1 อาทิตย์ และเมื่อเป็นแล้ว มักเป็นๆหายๆ เพราะจะมีเชื้อไวรัส Herpes) ไปแฝงตัวอยู่ที่ปมประสาทใต้ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ เมื่อมีการกระตุ้น เช่น การร่วมเพศ การช่วยตัวเอง ก็จะเป็นซ้ำ โดยอาจมีอาการปวด เสียว บริเวณผิวหนังก่อนที่จะเป็นแผล แต่การเป็นซ้ำครั้งต่อๆไปจะไม่รุนแรง
 
ในกรณีของคุณ ถ้าไม่เคยเป็นเริม ก็ไม่น่าจะเป็นเริม สรุป น่าจะแพ้ร่วมกับเชื้อรา แนะนำหาหมอครับ