3. ตลาดยา – ตอนที่ 85
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 2 มิถุนายน 2569
- Tweet

3. ใช้ประโยชน์จากภาครัฐและหาเพื่อนร่วมงาน
- รับสิทธิประโยชน์จากรัฐ: ดูว่ามีโครงการส่งเสริมการลงทุน (Investment promotion) อะไรบ้างที่เราสามารถเข้าร่วมได้ เช่น คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment: BOI) ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมยาในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)
- จับมือกับคนอื่น: ลองร่วมมือ (Collaborate) กับบริษัทยาต่างชาติในการผลิตยา (Production) หรือวิจัยยาใหม่ๆ หรือจับมือกับมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยในประเทศ (Domestic research centers) เพื่อพัฒนานวัตกรรม (Innovation)
4. พัฒนาคนของเราให้เก่งขึ้น
- ฝึกอบรมพนักงาน: ลงทุนในการสอนและพัฒนาทักษะ (Skills development) ให้พนักงานของเราอยู่เสมอ เพื่อให้พวกเขามีความรู้ความสามารถ (Competency) ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ
- สร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ: หาที่ปรึกษา (Consultants) เก่งๆ ทั้งในและต่างประเทศ หรือร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ (Experts) ในมหาวิทยาลัย เพื่อมาช่วยให้คำแนะนำ (Advice) และเติมเต็ม (Fulfill) ความรู้ที่เรายังขาดอยู่
- ภาครัฐช่วยผลิตบุคลากร: ในภาพรวม ภาครัฐและสถาบันการศึกษาควรช่วยกันผลิตเภสัชกร (Pharmacists) นักชีววิทยา (Biologists) และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Medical scientists) ให้เพียงพอ (Sufficient) ต่อความต้องการของอุตสาหกรรม (Industry demand)
อุตสาหกรรมยา (Pharmaceutical) ของประเทศไทยในปี 2025 และต่อๆไป แม้จะเผชิญการแข่งขัน (Competition) และอุปสรรค (Obstacle) หลากหลาย แต่หากสามารถบริหารจัดการและใช้ประโยชน์ (Benefit) จากจุดแข็งของประเทศ ตัวอย่างเช่น การสนับสนุนของรัฐ (Government support), ฐานผู้ป่วยขนาดใหญ่ (Large patient base), และความก้าวหน้า (Advancement) ทางเทคโนโลยี) ได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะเติบโต (Growth trend) และยกระดับ (Raise the level) ไปสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ (Medical industry) ชั้นนำในภูมิภาค (Regional leader) ได้อย่างยั่งยืน (Sustainably) ในอนาคต
ในอีกมิติหนึ่ง ตลาดอุตสาหกรรมยา (Pharmaceutical market) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่และมีอิทธิพล (Influence) มากที่สุดต่อเศรษฐกิจโลก ครอบคลุมตั้งแต่การค้นคว้าวิจัย (Research), การพัฒนา (Development), การผลิต (Production), การตลาด (Marketing), และการกระจาย (Distribution) ยาที่ใช้ในการป้องกัน (Prevention), วินิจฉัย (Diagnosis) และรักษาโรค (Treatment)
ปัจจุบัน ยาและผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม มีบทบาทต่อการรักษาโรคแทบทุกประเภท ตั้งแต่ยาปฏิชีวนะ (Anti-biotics), วัคซีน (Vaccine), ไปจนถึงภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง (Immunotherapy) และการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized medicine)
แหล่งข้อมูล –