6. ตลาดห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ – ตอนที่ 75

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงาน (Operational strategy) บริษัทให้ความสำคัญกับทีมบุคลากรทางวิทยาศาสตร์ (Scientist staff) โดยจะต้องเป็นบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทาง (Specialist) ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์ราว 150 คนภายในองค์กร ซึ่งแต่ละปีจะต้องมีการจัดทดสอบความสามารถ (Competency) รวมถึงจัดอบรม (Training) ให้ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพ (Potential) ของบุคลากร โดยเฉพาะเพื่อตามให้ทันกับเครื่องมือวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ ที่ผลิตออกมา

บริษัทยังมีจุดแข็งจากทีมบริการลูกค้า (Customer services) ที่จะคอยช่วยให้คำปรึกษา (Advice) และแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับการตรวจและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ ทำให้ลูกค้าเดิมกลับมาใช้บริการ (Repeat services) กับ AMARC อีกครั้ง “คู่แข่งในตลาดแบบนี้ก็ถือว่ามีนะ แต่จะเป็นส่วนราชการ นอกนั้นก็เป็นห้องแล็บต่างชาติไปเลย อย่างทีม Customer services ของเราก็เป็นคนไทยด้วยกัน ทำให้เข้าใจลูกค้าในประเทศ (Domestic) มาก มันทำให้ลูกค้าเดิมราว 70% กลับมาใช้บริการกับเรา ส่งตัวอย่าง (Specimen) สินค้า มาให้เราตรวจเพิ่มขึ้นๆ” กรรมการผู้จัดการ AMARC กล่าว

วัตถุประสงค์ของการเข้าระดมทุน (Fund raising) ในครั้งนี้ AMARC จะนำไปจัดซื้อเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ราว 96 ล้านบาท ใช้เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืม (Loan repayment) จากสถาบันการเงิน 75 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีกราว 161 ล้านบาทจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน (Working capital) ในการประกอบธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มความน่าเชื่อถือ (Credibility) ในระดับสากล ให้เป็นที่รู้จัก (Better known) ของผู้ใช้บริการทั้งในและต่างประเทศ

“จริงๆ ปี 65 เราตั้งเป้า (Goal setting) รายได้ไว้ที่ 20% ซึ่งช่วง 4 เดือนแรก โควิดยังระบาดหนักอยู่ แต่ถ้าหลังเข้าตลาดฯ แล้วเราจัดซื้อเครื่องมือทัน เราก็มั่นใจว่าจะสามารถทำให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ และหลังเราเข้าตลาดฯ ลูกค้าจะต้องเชื่อมั่น (Confident) ว่าเรามีความมั่นคง เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีภาพลักษณ์ (Image) ที่ดีขึ้น เราก็จะมีโอกาสที่จะไปแข่งขันในเวทีระดับสากล (International competition) ซึ่งการซื้อเครื่องมือเพิ่มเข้ามา ก็เพื่อให้เราขยายงานบริการให้หลากหลายมากขึ้น

สำหรับแผนธุรกิจในระยะยาว (Long-term plan) บริษัทวางแผนจะเปิดศูนย์รับตัวอย่างไปใน 4 ภูมิภาคn (Region) ของประเทศไทย ทั้งภาคเหนือ, ภาคใต้, ภาคตะวันออก, และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกับเพิ่มจำนวนทีมขาย (Sales force) และทีมนักวิทยาศาสตร์ เพื่อขยายฐานลูกค้าและให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก (Efficient) ขึ้น ขณะเดียวกันยังให้บริการสินค้าใหม่ๆ อย่างในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีการจำหน่ายชุดตรวจคุณภาพน้ำ (Water-quality inspection) ในครัวเรือน (Household) ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่ม B2C (= Business to Consumers) มากขึ้น

จากมุมมองของนักวิเคราะห์ (Analyst) ที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 2.90 บาท คิดเป็น P/E ประมาณ 45 เท่า เป็นมุมมองที่สมเหตุสมผล (Reasonable) แล้ว เพราะว่าธุรกิจของ AMARC เป็นห้องแล็บเกษตรและอาหารเอกชนเจ้าแรกและเจ้าเดียว (First and only one of its kind) ในประเทศไทย ยังไม่มีคู่แข่งที่ดำเนินธุรกิจเหมือนกันกับของบริษัท

“ถ้าถามว่าจะมีคู่แข่งไหม ต้องบอกว่าคนที่อยากจะเข้ามาเป็นแล็บเอกชนแบบนี้ ถ้าเขาไปศึกษา (Study) ดีๆ จะเห็นว่าเข้ามาในธุรกิจนี้ยากมาก กว่าจะได้มาตรฐานการรับรองแต่ละตัวใช้เวลาเป็นปีๆ ซึ่งต้องบอกว่าเราก็สะสมมาตรฐาน (Accumulated standards) ต่างๆ มาตั้ง 18 ปีแล้ว เราเป็นแล็บเกษตรและอาหาร (Agriculture and Food Laboratory) เอกชนรายแรกและรายเดียวของประเทศไทย ที่กำลังจะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI (Market Alternative Investment) เพื่อศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องยั่งยืน (Sustainably) และมั่นคงในอนาคต” กรรมการผู้จัดการ AMARC กล่าวในที่สุด

แหล่งข้อมูล

  1. https://mgronline.com/onlinesection/detail/9670000092257 [2026, January 15].
  2. https://www.infoquest.co.th/2022/242428 [2026, January 15].
  3. https://www.amarc.co.th/ [2026, January 15].